" ยินดีต้อนรับสู่ชมรมผู้บำเพ็ญความดี โรงพยาบาลนาเชือก ขอเชิญสมัครสมาชิก และบำเพ็ญกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน "

งานเขียนรางวัลชมเชย

ฉัน… อยากเป็นหมอ….ลำ…


บ่ายคล้อยแล้วเวลาเลิกเรียน ฉันวิ่งเท้าเปล่า กระโปรงปลิวกลับไร่ที่ฉันถือว่าเป็นบ้านของฉัน ฉันเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนา ไปตามทางเกวียนในระยะทาง 3 กิโลเมตร ตลอดระยะทางทั้งเดินทั้งวิ่งฉันจะร้องเพลง และร้องหมอลำไปด้วย
ฉันเรียนที่โรงเรียนเล็กๆประจำหมู่บ้าน ภาคเช้าครูสอนคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ช่วงบ่ายขับร้องสันทนาการไปเรื่อย ฉันเป็นอะไรที่โดดเด่นในเรื่องการแสดงออก ครูเรียกฉันว่า “ หมอลำทุกครั้ง” เนื่องจากฉันเป็นลูกหมอลำหรือเปล่า เรียกให้ตอบคำถามคณิตศาสตร์ ภาษาไทย “ หมอลำตอบซิ ” คุณครูจะเอ่ยเรียกอย่างนี้ทุกครั้ง ช่วงบ่ายฉันวิ่งออกหน้าชั้นเรียน ร้องหมอลำ เป็นที่ครื้นเครงมาก เพื่อนชายเคาะโต๊ะ ครูจะเรียกพี่ชายซึ่งอยู่ชั้นถัดไป มาดีดพิณ เพื่อนหญิงก็ออกมาเป็นแดนเซอร์ “ เสียงพิณได้ยินชัดเจน น้องนึกว่าเป็นเสียงพิณของอ้าย เสียงพิณมันบาดหัวใจเพราะอ้ายจากไปบ่หวนคืน” เนื้อหาเพลงฉันยังจำได้จนเดี๋ยวนี้ พี่ชายฉันดีดพิณได้เพราะมาก
ที่บ้านไร่ของฉัน พ่อทำบ้านหลังเล็กๆไว้ 4-5 หลัง ปลูกไว้เพื่อให้พวกที่สนใจในการเรียนหมอลำ ฉันลืมบอกไปว่าพ่อฉันเป็นหมอลำกลอนชื่อดังในยุคนั้น แม่เป็นแม่บ้านที่คอยดูแลเลี้ยงลูก ซึ่งในอดีตแม่ก็เคยเป็นหมอลำ แม่ยอมเสียสละให้พ่อทำหน้าที่หมอลำ ฉันเคยตามพ่อไปแสดงหมอลำในหลายที่ เป็นที่จุดประกายในใจฉัน ฉันศรัทธา ชื่นชม ภาคภูมิใจในตัวพ่อของฉันมาก หมอลำหญิง 1 คน หมอลำชาย 1 คน หมอแคน 2 คน งานพ่อฉันหนักนะ ฉันโตเป็นผู้ใหญ่ฉันจึงรู้ว่าสาหัสนักในทุกที่ ต้องยืนอดหลับอดนอน ไม่ได้พักผ่อนนั่นคือ งานของพ่อฉัน การคมนาคมไม่สะดวกในบางครั้งต้องเดินเข้าหมู่บ้าน การสื่อสารโทรเลข เพื่อหาหมอลำคู่ที่เป็นผู้หญิง ฉันนี่แหละที่ปั่นจักรยานไปไปรษณีย์บ่อยที่สุด เชื่อเถอะ พ่อฉันรายได้ดี ยิ่งใหญ่นักในดวงใจของฉัน พ่อฉันมีลูกศิษย์มากมาย ที่ต้องการเป็นหมอลำเหมือนพ่อ พ่อแต่งกลอนลำเก่งมาก เป่าแคนได้ด้วยนะ ไพเราะอีกต่างหาก ทุกค่ำคืนสิ่งที่ฉันได้ยิน คือ เสียงแคน เสียงลำจากลูกศิษย์ของพ่อที่มาฝึกหัด ทุกวันนี้ยังก้องอยู่ในใจไม่ลืมนะ แต่เสียงที่พ่อเคยพร่ำสอน ยังแข่งกับเสียงแคน เสียงลำ พ่อจะบอกว่า “ อีหล่าเอ้ย พ่ออยากให้อีหล่าเฮียนหนังสือเก่งๆ ให้ได้เป็นครู เป็นหมอ อาชีพหมอลำมันบ่แน่นอน มีขึ้นมีลง มิหนำซ้ำยังดูถูกว่า เต้นกินรำกิน พ่อบ่อยากให้เจ้ายึดเป็นอาชีพ ร้องรำทำเพลงเพื่อความหม่วน
ซื่นได้อยู่เด้อลูก ” ฉันอยากจะบอกพ่อว่าฉันเรียนไม่เก่ง ฉันยังอ่านหนังสือไม่ออก ฉันมีความสุขมากเมื่อฉันแอบลำแล้วมีแคนบรรเลงด้วย เมื่อพ่อจับได้ พ่อจะดุเสียงดังมาก “ เฮ็ดการบ้านหรือยัง ไปเฮ้ดการบ้านเดี๋ยวนี้ ”
ฉันเป็นคนผิวดำ ตัวเล็กผมฟูอีกต่างหาก ฉันวิ่งปลิวไปด้วยความตกใจกลัว ฉันคิดถึงพ่อฉันทุกวัน พ่อฉันไปลำไม่สบายปวดตามข้อ เป็นไข้บ่อยๆ แก่แล้ว ยาที่ฉันต้องไปซื้อให้พ่อที่ร้านหมอติ๋ คือ ยาทัมใจ ไทโอซิน ยาเบอร์ 3 ยาบูตาเพ็ด ( เพนนิซโลน) ฉันรู้จักยาที่พ่อสั่งให้ซื้อตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนโตเป็นสาว มารู้ตอนพ่อมีอาการระยะสุดท้าย พ่อไม่ชอบไปหาหมอ ชอบซื้อยากินเอง ไม่เชื่อใครทั้งนั้น สเตียรอยด์คือยาเลวร้ายที่หมออธิบาย ฉันรู้แต่เพียงว่ามันวายเกินไป สะสมนานเกินไป พ่อจากไปอย่างสงบท่ามกลางความเจ็บปวด ความเศร้าไม่เคยลืม ฉันยังอยู่ที่เดิมที่บ้านไร่ ที่พ่อเคยอยู่ด้วยฉันอยากเป็นเหมือนพ่อ พ่อให้ความสุขกับคนทั่วไปเป็นที่รู้จักมากมาย ฉันไม่เครียด รักษาทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพกาย เมื่อเจอเครื่องเสียง ฉันอยากเทสเสียง อยากเห็นรอยยิ้มทุกคน พ่อสอนฉันว่าให้รู้จัก อดทน ตั้งสติ จงอ่อนน้อมถ่อมตน แต่อย่าอ่อนแอนะลูก รู้จักล้มแล้วลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาอย่างมีสติ และใช้ความเพียร ใช้ปัญญา ดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง พ่อไม่สอนให้นิยมวัตถุ เรื่องนี้พ่อต่อต้านมาก พ่อชอบฟังข่าวการเมือง ตอนนั้นสื่อ มีเพียงวิทยุเท่านั้น แถมมีรายการหมอลำในช่วงกลางคืนด้วย ฉันทำการบ้านอ่านหนังสือด้วยแสงตะเกียง เมื่อทำการบ้านเสร็จพ่อจะให้รางวัลโดยเล่านิทานให้ฟัง พ่อมีลูกศิษย์เยอะมาก พ่อถูกสงสัยว่าเป็นพวกหัวเอียงซ้าย ปืนพ่อมีไว้ล่าสัตว์ มีไว้ต่อสู้ในยามคับขันเท่านั้นเอง พ่อไม่ทรยศต่อบ้านเมืองแน่นอน ฉันตั้งใจเรียนนะ แต่ฉันเป็นคนเรียนไม่เก่ง ไม่รู้จักวางแผนแนวทางในการเรียนที่ฉันชอบ การศึกษายังไม่กว้างพอ การสื่อสาร การโทรคมนาคมไม่สะดวก ถ้าฉันเป็นครูนะ ฉันอยากเป็นครูสอนนาฏศิลป์ ฉันคงทำได้ดีและมีความสุขมาก คิดนะ ฉันตั้งใจเรียนจนจบ ปสว.เอกคหกรรมศาสตร์ ( การเรือน) ไม่ถนัด ไม่เก่ง ฉันถูกคัดไปเรียนติด 1 ใน 3 ที่เทคโนโลยีพระจอมเกล้า ฉันไม่มั่นใจในตัวเอง พ่อแก่แล้วเริ่มเจ็บป่วยมากขึ้น ฉันจบการศึกษาไว้เพียงเท่านี้ ฉันเสียใจที่เดินทางผิดนะ แต่ไม่ละความพยายาม
ฉันเรียนจบปริญญาตรี ทุกวันนี้ฉันอยู่ตรงจุดเล็กๆจุดหนึ่งของสถานที่ที่ฉันรัก ฉันรักองค์กรของฉันมาก พร้อมรับใช้จนสุดความสามารถ พยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อที่เกิดมาเป็นลูกพ่อ แต่ฉันก็ยัง” อยากเป็นหมอลำ” มีผู้มารับบริการเรียกผิดเพี้ยนไป ฉันจะบอกทุกครั้งว่าให้เรียกว่า “ คุณหมอ…ลำ ” เพราะฉันไม่ใช่หมอนี่นา ทุกวันนี้ฉันยังอยู่ที่บ้านไร่แห่งนี้เป็นเวลา 45 ปี เท่าอายุตัวฉันเอง ฉันคิดถึงพ่อ ฉันจึงอยู่อย่างพอเพียง และสิ่งที่ฉันภาคภูมิใจที่สุด คือ ฉันอยู่กับอดีตหมอลำสาวสวยวัย 82 ปี ท่านยังคงแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ทองของฉันอีกนาน ท่านคือแม่ของฉันเองค่ะ

โดย ลูกหมอลำ

This entry was posted on Sunday, November 22nd, 2009 and is filed under บทความของชมรม. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

Spam Protection by WP-SpamFree

Copyright © 2009 www.bumpendee.org. All rights reserved.
ชมรมผู้บำเพ็ญความดี รพ.นาเชือก โทร (043) 779250, E-mail : administrator@bumpendee.org
Power by www.kunnathum.com