นิทานของพ่อ
บทความนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริง ของผู้เขียน ขอย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน
มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเกิดในครอบครัวที่ฐานะพอมีพอกินไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน พ่อแม่มีอาชีพทำไร่ ทำนา รายได้ที่หามาได้ก็พอกินพอใช้ไปวันๆ ทุกวันหลังเลิกเรียนจะต้องออกไปช่วยพ่อแม่ทำงาน ไม่ได้มีเวลาเล่นมากมาย แต่พวกเราก็มีความสุขเพราะพ่อจะบอกเสมอว่าความสุขไม่จำเป็นต้องมีเงินมากมาย แต่ขอให้พวกเรามีความรักความสามัคคี ตั้งใจทำแต่สิ่งดีๆความสุขก็จะเกิดขึ้นได้เพราะพ่อแม่ไม่มีเงินทองจะกองให้ มีแต่ความรักและคำสอนสั่งให้เป็นคนดี และทุกเย็นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จพ่อจะมีนิทานมาเล่าให้พวกเราฟังอยู่เสมอ และเรื่องที่ชอบมากมีอยู่เรื่องหนึ่งเพราะฟังทีไรก็จะมีความสุขทุกครั้ง และอยากแบ่งปันความสุขให้ผู้อ่านได้มีความสุขด้วยกัน นิทานเรื่องนี้ชื่อ “ ยักษ์ปู่พึ่ม” เรื่องมีอยู่ว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กกำพร้าพี่น้อง 2 คน อาศัยอยู่ชายป่าใหญ่ หาปู หาปลา และของป่าเป็นอาหารประทังชีวิตไปวันๆ และในวันหนึ่งขณะที่ 2 พี่น้องออกไปหาของป่าก็ได้เจอกับยักษ์ปู่พึ่ม และจะถูกจับกินเป็นอาหาร แต่ 2 พี่น้องได้อ้อนวอนขอชีวิตจากยักษ์ปู่พึ่ม โดยมีเงื่อนไขว่าจะหาปลาและอาหารมาให้แทน ยักษ์ปู่พึ่ม ยอมรับข้อเสนอและให้เวลา 7 วัน จะกลับมาแล้วก็ปล่อย 2 พี่น้องไป หลังจากนั้น 2พี่น้องก็ช่วยกันหาอาหารเตรียมไว้ พอครบ 7 วัน ยักษ์ปู่พึ่มก็กลับมาถามหาอาหาร 2 พี่น้องก็บอกว่าเตรียมไว้แล้ว พอยักษ์ปู่พึ่งกินอิ่มแล้วก็กลับไป เป็นอยู่เช่นนี้จนวันหนึ่งอาหารเริ่มหายาก 2 พี่น้องก็ปรึกษากันว่าทำอย่างไรเราจึงไม่ถูกยักษ์กินเป็นอาหารและเริ่มวางแผนกำจัดยักษ์ปู่พึ่ม พอครบ 7 วันตามนัด ยักษ์ปู่พึ่มก็กลับมาและกินอาหารจนพุงกางและก็นอนอย่างสบายอารมณ์ 2 พี่น้องก็เลยถามยักษ์ว่า “ ปู่กินอิ่มแล้วร้อนไหม เดี๋ยวหลานจะอาบน้ำให้เย็นๆนะ “ พอยักษ์ได้ยินก็หัวเราะและบอกว่าดีเหมือนกัน หลังจากนั้น 2 พี่น้อง ก็ช่วยกันเอาน้ำในถังมาอาบให้ แต่ในถังน้ำเต็มไปด้วยน้ำมันยาง ต่างพากันเอาน้ำมันมาทาตามร่างกายของยักษ์จนทั่ว จากนั้นก็ถามยักษ์อีกว่าอาบน้ำแล้วหนาวไหม ถ้าหนาวจะจุดไฟให้ผิง ยักษ์ปู่พึ่มก็บอกว่าดี จากนั้น 2 พี่น้องก็ช่วยกันจุดไฟเผายักษ์จนตาย 2 พี่น้อง ก็รอดพ้นจากยักษ์ได้ หลังจากฟังนิทานจบแล้วพ่อจะบอกเสมอว่าเพราะความรักความสามัคคีจึงทำให้ 2 พี่น้องรอดพ้นจากการเป็นอาหารของยักษ์ พวกเราจึงต้องเอาอย่าง 2 พี่น้องนี้ และถึงแม้ปัจจุบันนี้เราจะโตแล้วแต่ก็ไม่เคยลืมนิทานของพ่อและยังได้ยินพ่อเล่านิทานให้หลานๆ ฟังอยู่เป็นประจำ ฟังแล้วก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้และก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อและได้ฟังนิทานของพ่อและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ฟังนิทานของพ่ออย่างนี้อีกนานเท่านาน ขอบคุณนิทานของพ่อที่ทำให้ครอบครัวของเรามีความสุข
โดย Polly
Leave a Reply