" ยินดีต้อนรับสู่ชมรมผู้บำเพ็ญความดี โรงพยาบาลนาเชือก ขอเชิญสมัครสมาชิก และบำเพ็ญกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน "

งานเขียนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑

ผ้าไหมวันแม่


โดย เจ้าแม่มือสอง
วันหนึ่ง ฉันกับสามีเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อไปทำธุระ เราไม่ได้นำรถไปเอง เพราะสามีขับรถในกรุงเทพไม่คล่อง จึงนั่งรถทัวร์จากบ้านไผ่ไปกรุงเทพ กะว่าเสร็จธุระก็จะนั่งรถทัวร์กลับ เราทำธุระเสร็จ ประมาณเที่ยง ก็มาจองตั๋วรถ ปรากฏว่าตั๋วรถเต็มทุกเที่ยว เพราะเป็นช่วงที่คนกลับมาเลือกตั้ง อบต. เราเลยต้องนั่งรถมาลงโคราช แล้วค่อยต่อรถไปบ้านไผ่อีกที
รถที่เรานั่งจากกรุงเทพมาโคราชเป็นรถปรับอากาศชั้น2 ผู้โดยสารแน่นมาก จนต้องยืนแถวกลาง ฉันกับสามีโชคดีหน่อยได้นั่ง แต่ก็นั่งแถวหลัง ติดประตูทางขึ้น-ลง แล้วรถยังจอดรับผู้โดยสารตลอดทาง ฉันได้ยินเสียงพนักงานเก็บค่าโดยสาร ฉันขอเรียกสั้นๆ ว่าเด็กรถ บอกผู้โดยสารให้ชิดใน ฉันนึกในใจว่า จะให้ชิดไปถึงไหน แน่นจนไม่มีที่จะยืนแล้ว เมื่อไหร่จะถึงโคราชซะที คนก็แน่น ร้อนก็ร้อน ฉันบ่นอย่างเซ็งๆ สามีฉันยิ้ม แล้วบอกว่าเดี๋ยวก็ถึง เรายังดีได้นั่ง เห็นเด็กรถคนนั้นไหม เขาทั้งเหนื่อยทั้งร้อน เหงื่อท่วมตัวเลย เพราะต้องขนสัมภาระขึ้นลงให้ผู้โดยสาร เขายังไม่เห็นบ่นเลย อืมมม… จริงอย่างที่สามีฉันพูด
เด็กผู้ชายคนนั้นตัวเล็กๆ แต่ท่าทางคล่องแคล่ว กระโดดขึ้นมายืนที่ประตูรถด้านหลัง เหงื่อยังท่วมตัว สักครู่ เสียงโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น เขารับสาย “ครับแม่ ตอนนี้โจ้ถึงสูงเนินแล้ว แม่ทานข้าวยัง ไม่ต้องเป็นห่วง โจ้ถึงโคราชแล้วจะโทรหาแม่นะ” หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว เขาก็หันมาถามสามีฉันว่า “พี่ลงไหนครับ” สามีฉันตอบว่า “ลงโคราช” แล้วสามีฉันก็ถามว่า “ คนแน่นแบบนี้ คงได้ตังค์เยอะเลยนะวันนี้” เด็กรถตอบว่า “เถ้าแก่น่ะได้เยอะ แต่ผมก็ได้วันละ 300 บาทเท่าเดิมครับ” สามีฉันถามว่า “ทำงานนี้นานแล้วเหรอ” เค้าตอบว่า “ ก็เกือบ 2 ปีแล้วครับ ตั้งแต่พ่อตาย แม่ก็ไม่มีเงินส่งให้เรียน ผมเลยเรียนถึง ม.3 แล้วออกมาเป็นเด็กรถ” “แล้วบ้านอยู่ไหน” “ปากช่องครับ” “มีพี่น้องกี่คน” “แม่มีผมคนเดียว” “แล้วเงินที่ได้เอาไปไหน” สามีฉันถามต่อ เขาบอกว่า “เงินที่ได้ผมเอาให้แม่ทั้งหมด อาทิตย์นึงผมจะกลับบ้านที ก็มีเงินไปให้แม่เกือบ 2 พัน แม่ก็ถามผมว่าจะเอาไว้ใช้เท่าไหร่ ผมก็จะขอแม่ไว้ 100-200 บาท” “แล้วพอใช้เหรอ” ฉันถามเขาเป็นครั้งแรก “ก็ต้องประหยัดใช้ครับ ให้คุ้มกับเงินทุกบาทที่หามาได้ครับ”
รถจอดรับผู้โดยสารอีก เด็กคนนั้นก็วิ่งลงไปยกกระเป๋าขึ้นรถ จัดแจงผู้โดยสารยืนเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็หันมายิ้ม ใบหน้ายังมีเหงื่อซึม แล้วพูดกับสามีฉันว่า “ตอนนี้ผมกำลังเก็บเงินไว้ เพราะใกล้ถึงวันแม่แล้ว ผมกะว่าจะซื้อผ้าไหมให้แม่” “แม่เธอคงดีใจมากนะที่ได้ผ้าไหมจากลูกชาย” ฉันบอกเขา เขายิ้ม มองออกไปนอกรถ รถจอดรับผู้โดยสารอีก ฉันหันพูดกับสามีว่าแม่เขาโชคดี ที่มีลูกชายน่ารัก ทันใดนั้น ฉันก็ได้ยินเสียง เสียงรถเบรกดังสนั่น โครมม! เสียงคนตะโกนร้องอย่างตกใจ
“รถชนเด็ก!” ฉันวิ่งลงจากรถ เพื่อไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่ฉันเห็น คือเด็กรถคนนั้น นอนจมกองเลือด! ฉันตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก แต่นึกขึ้นได้ว่าเวลาพบอุบัติเหตุฉุกเฉิน ให้โทรเรียก 1669 ฉันรีบโทรแจ้งทันที สักพักรถโรงพยาบาลก็มาถึงแล้วรับเขาไป ฉันยืนมองรถพยาบาลนำเขาไปจนลับตาอย่างหดหู่ พอจะเดินกลับไปขึ้นรถ ฉันเห็นโทรศัพท์วางอยู่บนถนน จำได้ว่าเป็นของเด็กรถคนนั้น ฉันหยิบขึ้นมาดู เห็นมีสายไม่ได้รับ 1 สาย เห็นเขาบันทึกไว้ว่า “แม่” ฉันยื่นโทรศัพท์ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉันน้ำตาคลอ แล้วหันมาถามสามีว่า แม่เขาจะได้ใส่ผ้าไหมจากลูกชายเขาไหม

This entry was posted on Sunday, November 22nd, 2009 and is filed under บทความของชมรม. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

Spam Protection by WP-SpamFree

Copyright © 2009 www.bumpendee.org. All rights reserved.
ชมรมผู้บำเพ็ญความดี รพ.นาเชือก โทร (043) 779250, E-mail : administrator@bumpendee.org
Power by www.kunnathum.com