
ชมรมผู้บำเพ็ญความดีจัดการประกวดงานเขียน เพื่อเป็นเวทีให้ได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านตัวอักษร เพื่อร่วมกันสร้างสังคมให้ดียิ่งขึ้น โดยผลงานทุกชิ้นที่ได้รับรางวัลจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารของชมรมและเผยแพร่ไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ ผลการประกวด เป็นดังนี้
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล ๑,๐๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และ วารสาร
ผลงาน “เราจะส่งเสริมจริยธรรม/ทำความดีได้อย่างไร” โดย นายเกรียงไกร ฮ่องเฮงเส็ง
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๕๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร
ผลงาน “ถนนยามค่ำคืน” โดย น.ส.ธัญพิชชา มนัสไธสง
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๓๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร
ผลงาน “ความฝันของแป้นปีก” โดย นางบุษบา ศรีมงคล
รางวัลชมเชย ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร ๒ รางวัล
ผลงาน “รักคือ…” โดย น.ส. นิตยา ปิดตาทะเน
ผลงาน “จะคิด ทำ สอน อย่างไร เพื่อเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต” โดย นายอรรถพล อาษาเอื้อ
ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน และขอขอบคุณที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเพื่อช่วยกันสร้างสรรค์สังคมของเราให้ดียิ่งขึ้น
ประกาศจากคณะกรรมการชมรมผู้บำเพ็ญความดี
May 7th, 2010 at 3:40 pm
เรียงความ เรื่อง “เราจะส่งเสริมจริยธรรม/ทำความดีได้อย่างไร”
“..การทำความดีนั้น จำเป็นที่เราจะต้องทำร่วมกันและพร้อมๆกัน เพราะเมื่อร่วมกันทำโดยประสานสอดคล้องและสนับสนุนกันให้ครบถ้วนแล้ว สิ่งที่ดีงามก็จะบังเกิดขึ้น..” จากพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดังอัญเชิญมาในข้างต้นถือเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้ทุกคนหันมาเห็นคุณค่าของการทำความดีมีจริยธรรมมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางสังคมไทยในปัจจุบันที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทั้งความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีกสรรพปัญหา ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความไม่คิดดี พูดดีและกระทำความดีของคนในชาติเองทั้งสิ้น จึงจำเป็นที่เราทุกคนจะต้องประสานกาย ประสานใจและประสานความคิดเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมจริยธรรมความดีงามให้เมืองไทยกลายเป็นเมืองทองครองคุณธรรมได้อย่างยั่งยืน
การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมหรือการทำความดีนั้นควรริเริ่มตั้งแต่ยังเป็นเด็กอยู่ เพราะเยาวชนย่อมเติบใหญ่ไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติได้ในอนาคต เข้าทำนองที่ว่า“ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก”โดยสถาบันครอบครัวถือเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดในสังคม พ่อแม่จึงมีบทบาทสำคัญในการอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เห็นคุณค่าของการทำความดีด้วยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก เพราะเยาวชนส่วนใหญ่จะศรัทธาในการทำความดีได้ก็ล้วนมีพ่อแม่เป็นต้นแบบสำคัญ ในทางตรงกันข้ามหากบิดามารดาสั่งสอนลูกหลานแค่เพียงลมปากแต่การกระทำกลับหลงใหลไปกับอบายมุขก็ยากที่จะโน้มน้าวจิตใจของบุตรธิดาให้ยึดมั่นในความดีได้ อนึ่ง สถาบันการศึกษาก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้คนในชาติทำความดีเพราะบ้านหลังที่สองของมนุษย์ก็คือโรงเรียน อันเป็นแหล่งบ่มเพาะทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพให้แก่สังคม โดยมีครูอาจารย์เป็นแม่พิมพ์ของชาติในการถ่ายทอดความรู้ควบคู่คุณธรรม จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันสถานศึกษาส่วนใหญ่มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นคนเก่งมากกว่าคนดี เพราะเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่มักชี้วัดคุณค่าของคนที่ความฉลาดทางสติปัญญามากกว่าความฉลาดทางอารมณ์ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องชาญฉลาดทั้งสติปัญญาและอารมณ์ควบคู่กันไปจึงจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการต้องออกนโยบายในการรับนักเรียนนักศึกษาด้วยสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนและสัมฤทธิ์ผลทางความดีควบคู่กันไป การสอบเข้าก็ต้องปราศจากการรับสินบนหรือทุจริต นอกจากนี้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของนักเรียนนักศึกษาจะต้องมีการบูรณาการเนื้อหาสาระด้านคุณธรรมจริยธรรมสอดแทรกในทุกกลุ่มสาระวิชา ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม อาทิ เข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาด้วยการทำบุญตักบาตร ฟังธรรมและเวียนเทียน เข้าค่ายพุทธธรรม เป็นต้น ครั้นมี “บ้าน”และ“โรงเรียน”เป็นแนวร่วมสำคัญในการส่งเสริมจริยธรรมความดีในสังคมแล้วก็ต้องมี“วัด”เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ เนื่องจาก “บ้าน วัดและโรงเรียน”เป็นสามสถาบันทางสังคมที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันมาโดยตลอด แต่วัดในที่นี้จะหมายรวมถึงศาสนสถานของทุกศาสนาด้วย เนื่องจากประเทศไทยเป็นสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลายทั้งทางเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม จึงมีทั้งชุมชนที่เป็นพุทธ คริสต์ อิสลามหรือผสมผสานกันหลากหลายศาสนา แต่ยอดปรารถนาของทุกศาสนานั้นก็ล้วนมุ่งหวังให้ศาสนิกชนดำรงตนเป็นคนดีด้วยกันทั้งสิ้น ศาสนสถานเหล่านี้จึงมีหน้าที่ในการส่งเสริมให้คนในชุมชนตระหนักในความสำคัญของการทำความดีผ่านการเผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอนของแต่ละศาสนา
การส่งเสริมจริยธรรมความดีให้เกิดขึ้นในสังคมนั้นจะไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้หากคนส่วนน้อยให้ความสำคัญแต่คนส่วนใหญ่ยังคงละเลย จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทยทุกคนในการร่วมใจ ร่วมคิดและร่วมสร้างสังคมอุดมคุณธรรม โดยเริ่มต้นปฏิบัติที่ตนเองก่อนเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นได้ปฏิบัติตามบ้าง ทั้งนี้ การทำความดีนั้นไม่ใช่เรื่องยากเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายในทุกช่วงวัย ทุกกาลและสถานที่ ถึงแม้ว่าในบางครั้งผลของความดีอาจเกิดขึ้นช้าแต่เราก็ต้องทำ เพราะคุณค่าของความดีย่อมส่งผลให้เราเกิดความสุขทั้งทางกายและจิตใจอย่างยั่งยืน แตกต่างจากการทำความชั่วที่เห็นผลเร็วไว ขณะเดียวกันก็เกิดความทุกข์อย่างยาวนานเช่นกัน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนชาวไทยให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเครือข่ายของจริยธรรมความดี เพื่อจรรโลงสังคมให้เกิดความปกติสุข
May 7th, 2010 at 3:41 pm
ถนนยามค่ำคืน
ชีวิตในชนบทจะมีความเชื่อ มีความกลัวในการเดินทางออกไปไหนมาไหนในเวลากลางคืน จึงมักจะเข้าบ้านแต่หัวค่ำ นอกจากหนุ่มสาว นักเที่ยว ที่หมู่บ้านไหนมีงานบุญ มีหนังกลางแปลง หมอลำ ร้านอาหาร หรือร้านคาราโอเกะ ก็จะมีการสังสรรค์กันเวลากลางคืน
ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2546 ร้านอาหารนารินทร์ได้จัดงาน “การประกวดสาวประเภทสอง” ไม่จำกัดว่าจะเป็นคนในพื้นที่ หรือต่างอำเภอ สามารถสมัครเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ด้วย รุ่นพี่จองโต๊ะไว้ 4 โต๊ะ คนละ 140 บาท ดิฉันได้ไปร่วมงานด้วยเพราะสถานที่ห่างจากโรงพยาบาลประจำอำเภอ 8 กิโลเมตร ดิฉันชวนรุ่นน้องที่ทำงานไปด้วย เราสองคนดูการประกวดถึงรอบที่สอง รุ่นน้องจึงชวนกลับบ้านเพราะดึกแล้ว พรุ่งนี้น้องต้องอยู่เวรด้วย ที่สำคัญขี่รถจักรยานยนตร์ตอนกลางคืนไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นัก เราสองคนขับรถมาได้ครึ่งทาง ประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง เห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน มีผู้ชายโบกรถ ขอความช่วยเหลือด้วยความกระวนกระวาย แต่ไม่มีรถคันไหนจอดให้ความช่วยเหลือสักคัน เราสองคนก็เกิดความกลัวเพราะดึกแล้ว กลัวจะมีภัย อีกใจหนึ่งคิดว่าเขาคงต้องการความช่วยเหลือจริงๆ เราได้ปรึกษากัน ตัดสินใจหยุดรถ ถามชายผู้นั้นว่าเกิดอะไรขึ้น เขาดีใจเป็นอย่างมาก “ภรรยาผมปวดท้องจะคลอด รถน้ำมันหมดพอดี แถวนี้ก็ไม่มีปั๊มน้ำมัน” เราสองคนรีบไปดูภรรยาเขา เห็นศีรษะเด็กโผล่ออกมาแล้ว ดิฉันบอกภรรยาเขาว่าอย่าเพิ่งเบ่ง เรามาจากโรงพยาบาลนาเชือก จะเรียกพยาบาลมาให้ความช่วยเหลือ รุ่นน้องรีบโทรศัพท์บอกทางโรงพยาบาลให้มาช่วยผู้ป่วยด่วน เตรียมเครื่องมือทำคลอดมาด้วย บอกสถานที่ให้เรียบร้อย โรงพยาบาลของเรามีบริการ EMS รับผู้ป่วยฉุกเฉิน เรารอจนรถโรงพยาบาลมาถึง พยาบาลช่วยกันทำคลอดช่วยแหลือแด็กและแม่ของเด็กได้อย่างปลอดภัย
ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น ดิฉันมาทำงานตามปกติ ได้แวะเข้าไปเยี่ยมชายดังกล่าวที่ตึกผู้ป่วยหลังคลอด และได้ถามชายผู้นั้นว่า ภรรยาคุณปลอดภัยดีไหม ได้ลูกผู้หญิงหรือชาย ชายดังกล่าวตอบดิฉันว่าได้ลูกสาว ซึ่งเป็นลูกคนแรก ของเขาทั้งสองเพิ่งจะเริ่มต้นการเป็นครอบครัว ทำให้เรามีความสุขไปด้วย วันนั้นถ้าไม่มีเราสองคนช่วยเหลือ อะไรจะเกิดกับชีวิตครอบครัวของเขา ถ้าเป็นญาติพี่น้องของเราประสบเหตุการณ์แบบนี้จะเป็นอย่างไร
น้ำใจเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วแต่ เราสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ หากใจเราขจัดความกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ที่ยังมาไม่ถึง โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่สิ่งเหล่านั้น เราจะสัมผัสได้ด้วยหัวใจ
การทำความดี การช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือนร้อนเป็นทุกข์ ทุกคนสามารถทำได้ ความมีน้ำใจ เสียสละต่อผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ดิฉันภาคภูมิใจที่ได้ทำ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปจนกว่าจะหมดวาระหน้าที่จากการทำงานของดิฉัน
May 7th, 2010 at 3:41 pm
ความฝันของแป้นปีก
ถากแป้นปีก ลูบคลำ ทะนุถนอม พ่อกะยอม ทุกหยาดเหงื่อ เฮ็ดเพื่อไผ
นั่งกอจอ มือถือมีด ถากเข้าไป เพื่ออยากให้ ลูกน้อย ได้อยู่ซ้น
พ่อพาทุกข์ นอลูก บ่มีเงิน เทิงขาดเขิน พาลำบาก เทิงขัดสน
อดเอาเนาะ ลูกพ่อ เฮามันจน ต้องอดทน เข้มแข็งไว้ ใจทะนง
เฮ็ดกระต๊อบ เฮือนน้อย ฝาแขบตอง มือทั้งสอง หยาบกร้าน เป็นผุยผง
ถากแป้นปีก ด้วยใจ อย่างมั่นคง เทิงนั่งปลง ทางใน ใจเหี่ยวเฉา
คึดนำป่อง ไข่แดง เทิงนายต้น ลูกสามคน บ่ทันมี คืออ้ายเขา
บ่ทันแบ่ง บ่ทันปัน ลูกยังเยาว์ คึดนำเจ้า เด้..นอ คำแพงเอย
ปลูกข้าวไฮ่ เลี้ยงปลา เทิงงัวน้อย แม่ลาจ่อย เฮ็ดเวียก บ่อยู่เฉย
เหมื่อยปานได๋ พ่อกะสู้ บ่สนเลย พ่อบ่เคย เอ่ยปาก จ่มจักคำ
เก็บโฮมไม้ แป้นปีก เทิงเสาคาน อีกบ่นาน ดอกลูกหล่า ผู้งามขำ
นางฟ้าน้อย ของข่อย ผู้เลิศล้ำ ป่องคนงาม พ่อสิสร้าง ให้นางอยู่
พ่อเฒ่าแล้ว เลยบ่มี ผู้มาจ้าง พ่อบ่ดัง คือเก่า น่าอดสู
หมอลำเฒ่า เส่าหาบหาบ บ่น่าดู พ่อกะฮู้ แต่ขอสู้ เพื่อลูกยา
มีความฝัน อย่างเดียว คือแป้นปีก กบไสอีก งามงาม ไว้แอ้มฝา
อีกบ่นาน ลูกนุช บุษบา ลูกสาวหล่า สิได้อยู่ กับคู่ครอง
อีกเทิงหลาน ตัวน้อย ตาใสใส เกิดมาใน ครอบครัว ของทั้งสอง
มีเฮือนน้อย ให้ลูกอยู่ สุขสมปอง กับคู่ครอง เด้อลูกหล่า อย่าผิดกัน
พ่อขอสั่ง ก่อนสิจาก โลกนี้ไป จำเอาไว้ ไม้แป้นปีก คือความฝัน
อดอยู่ไป เฮือนหลังน้อย อีกบ่นาน เฮือนสำราญ สุขสันต์ มั่นคงมี
หากมื้อได๋ เงินทองหล่า นั้นเหลือใซ้ เอามาไว้ สร้างเฮือนใหม่ ให้สุขศรี
ให้งามงาม ให้ใหญ่ใหญ่ ให้ดีดี พ่อคงมี ความสุข ตลอดกาล
เด้อ..ลูก…เด้อ
May 7th, 2010 at 3:43 pm
รักคือ………..
ความรักคืออะไร คำจำกัดความของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าความรักคือการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน บางคนบอกว่าความรักคือการเสียสละเพื่อคนที่รัก แต่บางคนก็บอกว่ารักคือทุกข์ แล้วแต่ว่าจะคิดกันไปในแง่ไหน ยังจำได้ไหมว่ารักครั้งแรกของคุณเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ลองคิดย้อนกลับไปดู บางทีคุณอาจจะมีรอยยิ้มกับการได้นั่งนึกถึงความรัก ที่เป็นรักครั้งแรกก็ได้ บางคนบอกว่ารักครั้งแรกเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล ทั้งๆที่ตอนเรียนอนุบาลยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าความรักมันคืออะไร แต่ก็เรียกมันว่ารักซะแล้ว รักครั้งแรกของบางคนก็อาจจะเป็นรักครั้งสุดท้ายก็ได้เพราะตัดสินใจที่จะอยู่กับรักครั้งแรกนั้น ความรักเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่สวยงาม แต่ก็มีบางคนมักจะบอกว่าความรักทำให้คนตาบอด เพราะอะไรล่ะถึงเป็นเช่นนั้น เพราะเราใช้ความรักในทางที่ไม่ถูกหรือเปล่า ทุกวันนี้เรามีความสุขได้เพราะเรามีความรักมาก่อน เช่น รักครอบครัว รักเพื่อน รักคนรอบข้าง จึงทำให้เราอยู่กันได้อย่างมีความสุข มีรอยยิ้ม ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าหากบอกว่าความรักคือความทุกข์ แล้วความสุขล่ะคืออะไร ในบางครั้งก็ไม่จำเป็นที่จะแสดงออกว่ารัก แต่เราก็สามารถที่จะสัมผัสถึงความรู้สึกนั้นได้ คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงรักในหลวง มันคงเป็นเหตุผลเดียวกับที่บอกว่าสัมผัสถึงความรู้สึกนั้นได้ ทั้งที่ในหลวงท่านก็ไม่เคยเสด็จมาที่หมู่บ้านเราเลย เคยเห็นแต่ข่าวท่านในทีวี ในหลวงท่านไม่เคยได้หยุดพัก ยอมที่จะเหนื่อย เพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีอยู่มีกิน สอนทุกอย่างที่เป็นประโยชน์เพื่อให้พวกเราอยู่ได้ด้วยการพึ่งตนเอง ในหลวงท่านทรงสอนพวกเราเสมอว่าให้รักกัน สามัคคีกัน แต่พระองค์ท่านกลับไม่เคยบอกให้พวกเรารักพระองค์ท่านเลย ทั้งที่พระองค์ท่านทำเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน โดยไม่เกี่ยงว่าพวกเราจะยากดีมีจน อยู่ในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ทรงช่วยเหลือ แม้ว่าพระองค์จะไม่ได้เสด็จมาด้วยพระองค์เองก็ตาม พวกเราก็สามารถสัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใยที่พระองค์มีต่อพวกเราเสมอมา ถ้าถามว่าทำไมถึงรักในหลวง บางคนก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เนื่องจากปลื้มปิติ ไม่รู้จะหาคำใดว่าเปรียบกับคำว่ารักที่มีต่อในหลวง วันนี้พระองค์ท่านทรงเหนื่อยเพื่อพวกเรามามากแล้ว แล้วพวกเราล่ะคิดจะทำอะไรเพื่อพระองค์ท่านบ้างหรือเปล่า อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องทำอะไรใหญ่โต แค่พวกเรารักกัน สามัคคีกัน อย่างที่พระองค์ท่านเคยสอนไว้ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น และไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย พระองค์ก็คงมีความสุขแล้ว ความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า มีมากแค่ไหน ต่อจากนี้พวกเราทุกคนก็ควรที่จะทำตามที่พระองค์สอนเพื่อแสดงถึงความรัก ความสามัคคี และเป็นการตอบแทน ที่พระองค์ทรงทำเพื่อพวกเรา เริ่มทำตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้สมกับคำว่า “ เรารักในหลวง ” ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
May 7th, 2010 at 3:45 pm
“จะคิดอย่างไร เพื่อเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต”
ภาพจำในสังคมไทยที่ไม่เคยลบเลือน นั่นคือ นักการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น ประชาชนติดสินบนเจ้าหน้าที่ ผู้คนแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม จริงอยู่สังคมไทยเป็นเมืองพุทธ ทุกคนย่อมตระหนักดีว่าการกระทำเหล่านั้นย่อมเป็นความผิด แต่เท่าที่ผ่านมาความคิดของคนในสังคมส่วนใหญ่กลับมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา จนเกิดแนวคิด“นิยมโกง”ขึ้น เพราะบ่อยครั้งที่พบเห็นผู้คนต่างพากันยกมือไหว้นักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชั่น ประชาชนให้ความเคารพนับถือข้าราชการที่ไม่ใจซื่อมือสะอาด ส่งผลให้คนที่ทุจริตเกิดความเคยชิน เพราะทะนงตนว่าถึงอย่างไรก็สามารถอยู่ในสังคมได้ คนไทยทุกคนจึงควรสร้างค่านิยม“เกลียดคนโกง” ทดแทนแนวคิด“นิยมโกง” ผู้ใดที่ทุจริตโกงกินเราก็ต้องช่วยกันประณาม ไม่ส่งเสริมสนับสนุน ในทางตรงกันข้าม หากผู้ใดที่ใจซื่อมือสะอาด สังคมก็ต้องยกย่องเชิดชู เพื่อเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไป
“จะทำอย่างไร เพื่อเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต” ผู้เขียนคิดว่าการสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตที่ง่ายที่สุดคือการเริ่มต้นปฏิบัติด้วยตนเองก่อน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนรอบข้าง ขณะเดียวกันคนเพียงหนึ่งคนคงไม่สามารถเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์ในสังคมได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เริ่มตั้งแต่ภาครัฐบาลควรกำหนดมาตรการลงโทษทางกฎหมายกับคนทุจริตอย่างเข้มงวด เพราะกฎหมายของบ้านเมืองเรายังมีช่องว่างให้ผู้มีอำนาจใช้แสวงหาผลประโยชน์อยู่มาก ส่วนสื่อสารมวลชนก็ต้องนำเสนอข่าวของคนดีมีความซื่อสัตย์ในเชิงยกย่องเชิดชูมากขึ้น เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้คนใจซื่อมือสะอาดที่เคยปิดทองหลังพระมาโดยตลอด ส่วนหน่วยงานทั้งของภาครัฐและเอกชน หัวหน้าองค์กรต้องรับสมัครพนักงานด้วยความโปร่งใส ไม่ใช้วิธีติดสินบน หากพบว่าพนักงานคนใดมีพฤติกรรมทุจริตต้องไล่ออก ในทางตรงกันข้ามหากผู้ใดสุจริตไม่คิดคดโกงก็ต้องเพิ่มเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งเพื่อส่งเสริมคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริต เหนือสิ่งอื่นใดทุกคนควรน้อมนำเอาพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตมาเป็นครรลองในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างสังคมอุดมสุจริตธรรมถวายเป็นพระราชกุศล
“จะสอนอย่างไร เพื่อเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต” ผู้เขียนคิดว่าการสอนให้คนไทยมีความซื่อสัตย์สุจริตนั้นต้องเริ่มต้นตั้งแต่ยังเป็นเด็กอยู่ เข้าทำนองที่ว่า“ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” เพราะเด็กและเยาวชนคือกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ โดยผู้ที่มีบทบาทในการสอนนั้นต้องเริ่มต้นตั้งแต่ระดับครอบครัว ซึ่งถือเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่บุตรหลานทั้งทางคำพูด การกระทำ ความคิดและจิตใจ ขณะเดียวกันสถานศึกษาซึ่งมีหน้าที่อบรมสั่งสอนปัญญาชนโดยตรงก็ต้องปลูกฝังให้เยาวชนมีหัวใจซื่อสัตย์สุจริต เริ่มตั้งแต่นโยบายการรับนักเรียนเข้าศึกษาต้องไม่มีการติดสินบน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอบที่เคยใช้แต่ความสามารถทางวิชาการให้หันมาใช้คะแนนทางคุณธรรมเพิ่มเติม สอดแทรกเนื้อหาด้านความซื่อสัตย์สุจริตในหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเห็นคุณค่าของความซื่อสัตย์สุจริตมากยิ่งขึ้น
การส่งเสริมค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ หากคนจำนวนน้อยให้คุณค่ากับความซื่อสัตย์ แต่คนส่วนใหญ่ยังคงละเลย ดังนั้น สังคมที่สุจริตจะต้องเกิดจากการมีจิตสำนึกร่วมกันจากทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งนี้ ผู้เขียนขอตั้งปณิธานในการ“ร่วมคิด ร่วมทำและร่วมสอน” เพื่อสร้างสังคมอุดมสุจริตธรรม