<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.3" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ชมรมผู้บำเพ็ญความดี</title>
	<link>http://www.bumpendee.org</link>
	<description>รพ.นาเชือก อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม</description>
	<lastBuildDate>Sun, 16 May 2010 15:14:48 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>คิดบวก = ชีวิตบวก</title>
		<description>คิดบวก = ชีวิตบวก

 

เวลาเจอ........งานหนัก
ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อม
สู่ความเป็นมืออาชีพ

เวลาเจอ........ปัญหาซับซ้อน
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

 

เวลาทุกข์หนัก..
ให้บอกตัวเองว่า... นี่คือแบบฝึกหัด
ที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

เวลาเจอ........นายจอมละเมียด
ให้บอกตัวเองว่า...นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ(Perfectionist)

เวลาเจอ........คำตำหนิ
ให้บอกตัวเองว่า... นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

 

เวลาเจอ........คำนินทา
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคง
เป็นคนที่มีความหมาย

 

เวลาเจอ........ความผิดหวัง
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติ
กำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต

 

เวลาเจอ........ความป่วยไข้
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่า
ของการรักษาสุขภาพให้ดี

เวลาเจอ........ความพลัดพราก
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง

 

เวลาเจอ........ลูกหัวดื้อ
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์
ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

เวลาเจอ........แฟนทิ้ง
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ

 

เวลาเจอ........คนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือประจักษ์พยานว่า
ไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง

เวลาเจอ........ภาวะหลุดจากอำนาจ
ให้บอกตัวเองว่า....
นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง

เวลาเจอ........คนกลิ้งกะล่อน
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

 

เวลาเจอ........คนเลว
ให้บอกตัวเองว่า ...
นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์

 

เวลาเจอ...อุบัติเหตุ
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือคำเตือนว่า
จงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด

...

......

เวลาเจอ........ศัตรูคอยกลั่นแกล้ง
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด ”

...

.......

เวลาเจอ........วิกฤต
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม
“ ในวิกฤตย่อมมีโอกาส ”

เวลาเจอ........ความจน
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต

......
เวลาเจอ........ความตาย
ให้บอกตัวเองว่า...
นี่คือฉากสุดท้าย
ที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

ว.วชิรเมธี </description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/05/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ห้องที่ชื่อว่า &#8220;ใจ&#8221;</title>
		<description>ห้องที่ชื่อว่า "ใจ"

ใจ ของเรานั้น
ไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า
เมื่อเราใส่อะไรเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่านั้น
สถานภาพของห้องก็จะเปลี่ยนไปทันที
เป็นต้นว่า
เรามีห้องว่างเปล่าอยู่ห้องหนึ่ง
เมื่อ - - 

เราใส่น้ำเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องน้ำ
เราใส่พระพุทธรูปเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องพระ
เราใส่เครื่ องมือปรุงอาหารเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องครัว
เราใส่เครื่องนอนเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องนอน
เราใส่ชุดรับแขกเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องรับแขก
เราใส่บุคคลสำคัญเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องวีไอพี 

ห้องแห่งหัวใจของเรา
ก็ไม่ต่างอะไรกับห้องว่างเปล่าที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเลย
ทุกครั้งที่เราบรรจุอะไรเข้าไปในใจ
ใจของเราก็จะเปลี่ยนสถานภาพเหมือนกัน 

เราใส่ความเมตตาเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจดี
เราใส่ธรรมะเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจบุญ
เราใส่ความโกรธเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจร้อน
เราใส่ความเลวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจทราม
เราใส่ความกลัวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจเสาะ
เราใส่ความเป็นนักสู้เข้าไป ก็จ ะกลายเป็นคนใจสู้
เราใส่ความขาดสติเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจลอย 

เห็นด้วยหรือไม่ว่า
ใจของเรานั้นเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือกาย
เป็นสิ่งที่คอยออกแบบชีวิตของเราให้เป็นไปอย่างไรก็ได้
พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า 

ใจเป็นนาย ใจเป็นผู้นำ ใจเป็นผู้สร้างสรรค์ ...
หรือบางทีก็ตรัสว่า จิตฺเ ตน นียติ โลโก
แปลว่า โลกหมุนไปตามใจสั่งการ 

โลกในที่นี้ หมายถึง ชีวิตของเรานั่นเอง
โลกคือชีวิต จะหมุนซ้าย หมุนขวา หมุนตรงหรือหมุนเอียง หมุนไปข้างหน้า หรือว่าหมุนไปข้างหลัง
ทั้งหลายทั้งปวงนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของใจทั้งหมดทั้งสิ้น 

ใจของเราไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า
เราบรรจุอะไรลงไป
ชีวิตของเราก็เป็นไปตามสิ่งที่บรรจุนั้น 

ทุกวันนี้ เราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า
เราบรรจุอะไร
ลงไปในห้องแห่งหัวใจของเราบ้าง
ความรู้ ความงมงาย
ความรัก ความโกรธ ความเกลียด
ความโลภ ความดี ความชั่ว
ความริษยา ความหน้าด้าน ...</description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/05/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เหยือกใบหนึ่ง</title>
		<description>ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน

เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท

เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวัน

จึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึดหัดง่าย ๆ

แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด

เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ

เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบเหยือกแก้วขนาดใหญ่ขึ้นมา

แล้วใส่ลูกเทนนิสลงไปจนเต็ม

"พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง?"

เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท

แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน...

"เต็มแล้ว..."

เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ

หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา

แล้วเทกรวดเม็ดเล็ก ๆ จำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบา ๆ

กรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิส อัดจนแน่นเหยือก

เขาหันไปถามนักศึกษาอีก

"เหยือกเต็มหรือยัง?"

นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ

"เต็มแล้ว..."

เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไปเปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา

เททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก

เม็ดทรายไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย

เขาเทจนทรายหมดถุง เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก

เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง

"เหยือกเต็มหรือยัง?"

เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน

ปรึกษากันอยู่นานหลายคนเดินก้าวเข้ามาก้ม ๆ เงย ๆ

มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง

มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน

....จวบจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาที หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน

เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น

"คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์"

"แน่ใจนะ"

"แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ"

คราวนี้เขาหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ

ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด

ทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่

เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

"ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ ๆ ไง" เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น

"ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้ เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา

ลูกเทนนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต

เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต การเรียน สุขภาพ ลูก และเพื่อน

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริง สูญเสียไปไม่ได้...."

"...เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมา เช่น งาน บ้าน รถยนต์

ทรายก็คือเรื่องอื่น ๆ ที่เหลือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราจำเป็นต้องทำ

แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้....

เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน

คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆอยู่ตลอดเวลา

ชีวิตเต็มแล้ว...เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด

ไม่มีที่เหลือใส่ให้ลูกเทนนิสแน่นอน..."

"...ชีวิตของคนเราทุกคน..ถ้าเราใช้เวลาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ

เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า...

เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต

เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีความสุข

ใช้ชีวิตเล่นกับลูก ๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย

พาคู่ชีวิตกับลูกไปพักผ่อนในวันหยุด

พากันออกกำลังกายเล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง

เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต

เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริง ๆ

ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด..."

"...หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวเรา..."

นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

"แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ หมายถึงอะไร?"

เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า

"การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่า

ไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้น

คุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ...."  </description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/05/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประกาศผลการประกวดงานเขียนครั้งที่ ๓</title>
		<description>

ชมรมผู้บำเพ็ญความดีจัดการประกวดงานเขียน เพื่อเป็นเวทีให้ได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านตัวอักษร เพื่อร่วมกันสร้างสังคมให้ดียิ่งขึ้น โดยผลงานทุกชิ้นที่ได้รับรางวัลจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารของชมรมและเผยแพร่ไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ ผลการประกวด เป็นดังนี้
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล ๑,๐๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และ วารสาร
ผลงาน "เราจะส่งเสริมจริยธรรม/ทำความดีได้อย่างไร" โดย นายเกรียงไกร ฮ่องเฮงเส็ง 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๕๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร
ผลงาน "ถนนยามค่ำคืน" โดย น.ส.ธัญพิชชา มนัสไธสง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๓๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร
ผลงาน "ความฝันของแป้นปีก" โดย นางบุษบา ศรีมงคล

รางวัลชมเชย ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร ๒ รางวัล
ผลงาน "รักคือ..." โดย น.ส. นิตยา ปิดตาทะเน
ผลงาน "จะคิด ทำ สอน อย่างไร ...</description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82-2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประมวลภาพการแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการครั้งที่ ๒</title>
		<description>

การแข่งขันตอบปัญหาชิงทุนการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ครั้งที่ 2
( Student talent contest II )

หลักการและเหตุผล

ความรู้เป็นสิ่งสำคัญที่นักเรียนต้องแสวงหา ไม่ว่าจะเป็นความรู้จากการเรียนในห้องเรียน ตำราต่างๆ สื่อต่างๆ และเหตุการณ์ปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อความรอบรู้อย่างแท้จริง จึงได้จัดโครงการตอบปัญหาเพื่อให้นักเรียนได้แสดงความรู้ความสามารถที่มีอยู่ในทางที่ถูกต้อง

วัตถุประสงค์

1. สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความรอบรู้
2. ส่งเสริมให้เห็นความสำคัญของการศึกษาจากการเรียนและการประยุกต์ใช้
3. ส่งเสริมให้เกิดความสนใจเหตุการณ์ปัจจุบันและสิ่งต่างๆ รอบตัว
4. ส่งเสริมให้เกิดความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา

จัดการแข่งขันตอบปัญหาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการครั้งที่ ๒ “student talent contest II” เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2553 โดยจัดการแข่งขันทั้งหมด 2 รอบ ชิงทุนการศึกษากว่า 5,000 บาท และของรางวัลมากมาย
การแข่งขันอย่างเข้มข้นผ่านไปกว่า 3 ชม ผลการแข่งขันเป็นดังนี้
1. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 : เงินสด 2,000 บาท และใบประกาศนียบัตร
สุมาภรณ์ ยศสุนทร ชั้น ม.5 ร.ร.นาเชือกพิทยาสรรค์
2. รองชนะเลิศอันดับที่ ...</description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/04/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการ</title>
		<description> 
การแข่งขันตอบปัญหาชิงทุนการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ครั้งที่ 2
( Student talent contest 2 )

 

หลักการและเหตุผล

 

ความรู้เป็นสิ่งสำคัญที่นักเรียนต้องแสวงหา ไม่ว่าจะเป็นความรู้จากการเรียนในห้องเรียน ตำราต่างๆ  สื่อต่างๆ  และเหตุการณ์ปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อความรอบรู้อย่างแท้จริง จึงได้จัดโครงการตอบปัญหาเพื่อให้นักเรียนได้แสดงความรู้ความสามารถที่มีอยู่ในทางที่ถูกต้อง

 

วัตถุประสงค์

 

1.         สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความรอบรู้

2.         ส่งเสริมให้เห็นความสำคัญของการศึกษาจากการเรียนและการประยุกต์ใช้

3.         ส่งเสริมให้เกิดความสนใจเหตุการณ์ปัจจุบันและสิ่งต่างๆ รอบตัว

4.         ส่งเสริมให้เกิดความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา

 

การดำเนินการ

 

1.         รับสมัครนักเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาครอบคลุมในเขตพื้นที่อำเภอนาเชือก คัดเลือกจากการ สอบข้อเขียน 40 ข้อ โดยเน้นความรู้ทั่วไป เหลือเพียง 5 คนเข้าแข่งขันในรอบต่อไป

2.        ตอบปัญหาด้วยคำถามจากคอมพิวเตอร์ จำนวน 20 ข้อ เนื้อหาครอบคลุมระดับประถมและมัธยมศึกษา โดยนักเรียนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกสามารถร่วมตอบคำถามได้ทุกข้อ มีของรางวัลมอบให้ผู้ที่ตอบถูก

3.         รับสมัครวันที่  14 – 21  มีนาคม 2553 ติดต่อรับใบสมัครได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของชมรม

4.         สอบแข่งขันวันที่  24  มีนาคม 2553 เวลา 17.00 น. ณ ...</description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7/</link>
			</item>
	<item>
		<title>พุทธวจนะ</title>
		<description>Proverb of the buddha(พุทธวจนะ)

Proverb of the Buddha 
 </description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/02/%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b0/</link>
			</item>
	<item>
		<title>รักคนไกล ระอาคนใกล้    (เราเป็นเช่นนั้นหรือไม่?)</title>
		<description>“แอม” เสาวลักษณ์ ลีละบุตร เล่าว่าได้พบเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเพิ่งกลับจากการไปปลูกป่า หน้าตาของเธอเบิกบานด้วยความปีติที่ได้ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ เธอพรรณนาถึงคุณประโยชน์มากมายของการปลูกป่า ทั้งบรรเทาโลกร้อน เพิ่มออกซิเจน ให้ร่มเงา ปกป้องหน้าดิน และช่วยให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ฯลฯ เธอยังเล่าถึงนักปลูกป่าอย่าง ด.ต.วิชัย ที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนมากมาย 

“ดีจังเลย” แอมยินดีกับเพื่อน “ตอนนี้เธอปลูกต้นไม้ที่บ้านเยอะเลยซีท่า”
เพื่อนทำหน้าเซ็งทันทีแล้วตอบว่า “โอ๊ย ใครจะไปกวาดใบไม้ไหว ร่วงอยู่ได้ เลยตัดทิ้งไปแล้ว” รักป่ารักต้นไม้ทั่วทั้งโลกนั้น บางครั้งกลับง่ายกว่ารักต้นไม้ในบ้าน เราพร้อมจะไปปลูกป่าทั่วทุกหนแห่ง แต่คร้านที่จะดูแลต้นไม้ในบ้าน ปลูกป่านอกบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แค่หย่อนกล้าไม้ลงหลุมแล้วกลบ จากนั้นก็กลับบ้านได้เลย แต่ปลูกต้นไม้ที่บ้านสิ เรายังต้องรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยนานนับปี ครั้นต้นไม้เติบโตสูงใหญ่ ก็ยังต้องเสียเวลากวาดใบไม้ร่วงไม่หยุดหย่อน วันดีคืนดีกิ่งไม้อาจตกมากระแทกหลังคาเป็นรู
เป็นเพราะต้นไม้นอกบ้านให้แต่สิ่งดี ๆ มีแต่สิ่งที่น่าชื่นชม ไม่เป็นภาระแก่เราเลย เราจึงรักเขาได้ง่าย ส่วนต้นไม้ในบ้านนั้นเรียกร้องการดูแลเอาใจใส่จากเรา แถมยังอาจก่อปัญหาให้ด้วย หลายคนจึงมองเห็นแต่ข้อเสียของเขา จนรู้สึกระอาขึ้นมา 

เป็นเพราะเหตุผลเดียวกันนี้หรือเปล่า ผู้คนเป็นอันมากจึงรักและชื่นชมคนอื่นได้ง่ายกว่าคนในบ้าน เราเห็นแต่ความดีของคนไกลตัวเพราะเขาไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเราเลย ส่วนคนในบ้านนั้นอยู่ใกล้กับเรามากเกินไปจึงเห็นแต่ข้อเสียของเขา หรือเห็นเขาเป็นภาระที่ต้องดูแลเอาใจใส่จนกลบข้อดีของเขาไปเกือบหมด ผลก็คือเรามักสุภาพอ่อนโยนกับคนไกล แต่มึนตึงฉุนเฉียวง่ายมากกับคนใกล้ตัว
ลองมองให้เห็นคุณประโยชน์หรือความดีของต้นไม้ในบ้านบ้าง เราอาจจะรักเขาได้ง่ายขึ้น ...</description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/02/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประกวดงานเขียนครั้งที่ ๓</title>
		<description>ประกาศเรื่องการประกวดงานเขียนครั้งที่ ๓
งานเขียนส่งเข้าประกวดได้หลายรูปแบบ ทั้ง ความเรียง บทความ เรื่องสั้น บทกวี โดยงานเขียนจะได้รับรางวัลดังนี้คือ
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล และใบประกาศเกียรติคุณ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ
รางวัลชมเชย ใบประกาศเกียรติคุณ
ทุกผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารชมรม คณะกรรมการจะคัดคำให้ถูกต้อง ก่อนตีพิมพ์เผยแพร่
ผู้ที่สนใจสามารถส่งงานเขียนเข้าประกวดได้ที่
เวบบอร์ดนี้ หรือเมล์มาที่ administrator@bumpendee.org หรือส่งไปรษณีย์มาที่
ชมรมผู้บำเพ็ญความดี รพ.นาเชือก อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม 44170 

หมดเขต 30 เมษายน 2553

จะประกาศผลภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2553 และตีพิมพ์ลงในวารสารฉบับต่อไปภายในเดือนมิถุนายน

รายละเอียดการให้คะแนน
1. ความยาวพอดีกับหน้ากระดาษ A 4 ขนาดตัวอักษรพอดี และความยาวพอดีหน้ากระดาษให้ 5 คะแนน
2. การใช้ภาษาดูที่ การสะกดคำ การลำดับประโยค การใช้สำนวน การใช้ภาษาเขียน ไม่ใช้ภาษาฟุ่มเฟือย การย่อหน้า การเว้นวรรค และไวยากรณ์อื่นๆ
3. ความคิดสร้างสรรค์ ดูที่เนื้อความแปลกใหม่ ...</description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/02/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประกาศผลการประกวดงานเขียนของชมรมผู้บำเพ็ญความดี</title>
		<description>                                         
ชมรมผู้บำเพ็ญความดีจัดการประกวดงานเขียน เพื่อเป็นเวทีให้ได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านตัวอักษร เพื่อร่วมกันสร้างสังคมให้ดียิ่งขึ้น โดยผลงานทุกชิ้นที่ได้รับรางวัลจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารของชมรมและเผยแพร่ไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ ผลการประกวด เป็นดังนี้
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล ๑,๐๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และ วารสาร
ผลงาน "พ่อของแผ่นดิน" โดย นายเกรียงไกร ฮ่องเฮงเส็ง 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๕๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร
ผลงาน "พ่อของฉัน พ่อของลูก และพ่อของเรา" โดย นางดุษรินทร์ จิตประเสริฐพงศ์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๓๐๐ บาท ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร
ผลงาน "สมัชชาชาวพุทธเพื่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา" โดย นาย ธีรศักดิ์ จันทรเกิด

รางวัลชมเชย ใบประกาศเกียรติคุณ และวารสาร ๒ รางวัล
ผลงาน "จดหมายเพื่อนแห่งภูผา" โดย Mury
ผลงาน "ฉันคอย ฉันคอย ...</description>
		<link>http://www.bumpendee.org/2010/02/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
